สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ (สวส.)

Office of Academic Resources and Information Technology

 

การปรับเปลี่ยนระบบจาก IP v.4 เป็น IP v.6

การปรับเปลี่ยนระบบจาก IP v.4 เป็น IP v.6

เทคนิคการทำงานร่วมกันระหว่าง IP V.4 และ IP V.6 แบ่งออกเป็น 3 เทคนิค คือ

  1. Dual stacks

Dual stacks หมายถึงการใช้งาน IP V.4 และ IP V.6 stack ควบคู่กันไป ภายในอุปกรณ์ตัวดียวกัน Dual stacks สามารถใช้ได้ทั้งที่ end host ที่เซิร์ฟเวอร์และที่อุปกรณ์เครือข่าย (network device) เช่น เราท์เตอร์ เป็นต้น  Dual stacks เป็นทางออกที่ง่ายที่สุดสำหรับเครือข่ายที่ต้องการเริ่มใช้งาน IP V.6 และถูกใช้อย่างแพร่หลายมากที่สุดในปัจจุบัน Dual stacks เหมาะกับการติดต่อระหว่างสองโหนด (node) ที่ใช้อินเทอร์เน็ตโพรโตคอลเวอร์ชันเดียวกัน แต่ต้องผ่านเครือข่ายกลางทางที่ใช้ไอพีโพรโตคอลคนละเวอร์ชัน เช่น IP V.4 – IP V.4 ผ่านเครือข่าย IP V.6 หรือ IP V.6 – IP V.6 ผ่านเครือข่าย IP V.4 หรือในกรณีที่  บางโหนดต้องการปรับเปลี่ยนไปใช้โพโตคอล IP V.6 แต่ว่าเครือข่ายที่เชื่อมต่ออยู่ด้วย  ไม่สนับสนุน IP V.6 โหนดดังกล่าว สามารถใช้ Dual stacks เพื่อรองรับทั้ง IP V.4 และ IP V.6
หลักการทำงานคือ IP stack ที่อยู่ภายในโหนดจะ แบ่งออกเป็น 2 Stacks ทำงานขนานกัน เช่น  เมื่อโหนดได้รับ IP V.6 packet โหนดจะเลือก IP V.6 stackมาจัดการกับแพ็กเก็ต (โดยตรวจสอบ Protocol version จากส่วนหัวของแพ็กเก็ต)  ในขณะเดียวกันโหนดสามารถติดต่อกับเครือข่าย IP V.4 (ผ่าน IP V.4 stack)  ได้เหมือนเดิมไม่ต้องเปลี่ยนแปลง โดยโหนดที่มี dual stackนี้จะต้องมี IP address สองหมายเลข คือ IP V.4  address และ IP V.6 address

2).  Tunnel
Tunnel หรือการทำอุโมงค์ โดยทั่วไปเป็นการ encapsulate แพ็กเก็ตข้อมูลที่ต้องการส่งไว้ในอีกแพ็กเก็ตหนึ่ง เนื่องจากแพ็กเก็ตที่อยู่ภายในไม่สามารถถูกส่งไปยังปลายทางได้ จึงต้องอาศัยการห่อหุ้มด้วยแพ็กเก็ตอื่น การทำอุโมงค์เพื่อใช้งาน IP V.6 นั้นก็เช่นกันใช้เมื่อเครือข่ายเชื่อมต่ออยู่ด้วยไม่สนับสนุน IP V.6 จึงจำเป็นต้องหุ้มแพ็กเก็ต IP V.6 ไว้ภายใต้แพ็กเก็ต IP V.4 อีกที

การทำ Tunnel สำหรับเครือข่าย IP V.6 ต้องสร้างเส้นทางการติดต่อระหว่างเครื่องที่ใช้หมายเลข   IP V.6 ผ่านเครือข่ายที่ใช้หมายเลข IP V.4 โดยเกตเวย์ (Gateway) ของเครือข่ายของเครื่องที่ใช้หมายเลข     IP V.6 จะทำหน้าที่ห่อหุ้มแพ็กเก็ต IP V.6 ไว้ใน IP V.4 ก่อนจะส่งไปในเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่สนับสนุนการใช้หมายเลข IP V.4 เท่านั้น โดยระหว่างทางจะดูหมายเลขต้นทางและปลายทางที่อยู่ในส่วนหัวของแพ็กเก็ต IP V.4 เท่านั้นจะไม่สนใจส่วนที่อยู่ภายในเมื่อส่งไปถึงปลายทางเกตเวย์จะถอดแพ็ก เก็ต IP V.4 ออกให้เหลือแต่แพ็กเก็ต IP V.6 แล้วส่งไปยังเครื่องที่ใช้หมายเลข IP V.6 ต่อไป

referrent :http://pirun.kps.ku.ac.th/~b4928055/Story_Chang.html